[ Honkai Impact 3 ] ไกด์ยาเอะไฟ Flame Sakitama โดยกัปตัน Najjii

0
524

ชื่อผู้เล่น: Najjii

ID: 10070955



​​วิดีโอประกอบ YouTube link (ผ่านด่านบทอาลัยแห่งสายลม 3*)
https://youtu.be/j6wT5DLgBW4

วิเคราะห์กลยุทธ์การใช้งาน Flame Sakitama

ภาพรวม: เป็นตัวละครที่มีการโจมตีที่รวดเร็ว เน้นการโจมตีระยะประชิด และสร้างความเสียหายจากธาติไฟด้วยการโจมตีพิเศษจากสกิลติดตัว และสกิล Gale อีกทั้งสามารถติดตามเข้าประชิดคู่ต่อสู้ได้ง่าย เหมาะกับการสู้กับศัตรูจำนวนน้อย เพื่อให้สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของท่าไม้ตาย Double Firewall ออกมาได้. (เนื่องจากการโจมตีของท่าไม่ตายเป็นแบบสุ่ม ทำให้หากยิ่งศัตรูมีจำนวนน้อย ก็จะสามารถจ่ายความเสียหายต่อตัวศัตรูได้มากขึ้นนั่นเอง)
การเล่น: Flame Sakitama มีความโดดเด่นในการสร้างความเสียหายจากธาติไฟด้วยสกิลติดตัว กับท่า Gale และยังสามารถเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง(เพื่อเก็บแต้ม zenshin และเพิ่มดาเมจไฟจากสกิล Empty State of MIND)  ทำให้การเล่น Flame Sakitama ให้มีดาเมจสูงๆนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยเลี้ยงคอมโบให้สูงๆ เพื่อให้สกิลติดตัวต่างๆแสดงผลการเร่งดาเมจอย่างเต็มที่ ซึ่ง Flame Sakitama ก็มีท่าโจมตีที่สามารถใช้ในการเกาะติดเข้าประชิดศัตรูด้วยการกดโจมตีธรรมดา 1 ครั้ง ตามด้วยกดโจมตีค้าง เพื่อกระโดดเข้าประชิดศัตรูได้เสมอ บวกด้วยการหลบหลีกที่หากทำการหลบสำเร็จยังสามารถหยุดเวลาศัตรู เพื่อทำการโจมตีเพิ่มแต้มคอมโบอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย ดังนั้นการเล่นให้มีดาเมจสูงสุด จึงต้องเน้นการอยู่ประชิดตัวศัตรูเสมอ เน้นการหลบท่าศัตรูเพื่อหยุดเวลา และใช้การโจมตีพิเศษให้บ่อยที่สุ
การโจมตีพิเศษ: การโจมตีพิเศษนับเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นตัวละคร Flame Sakitama อย่างมาก ซึ่งหากเราสามารถใช้การโจมตีพิเศษได้อย่างคล่องแคล่ว จะช่วยเพิ่มความเสียหายจากตัวละครได้อย่างมหาศาล (ตรงกันข้ามหากไม่ยอมใช้ ตัวละครจะไม่สามารถจ่ายความเสียหายธาตุไฟอันเป็นความเสียหายหลักได้ และยังสะสมแต้ม zenshin ไม่ได้อีกด้วย) โดยวิธีการกดคือหลังจากการโจมตีครั้งที่ 4 (สังเกตุจากตัวละครจะฟาดดาบลงมาจากด้านบนสองเส้น) ให้รอจังหวะเล็กน้อยจะมีแสงสีส้มปรากฎขึ้น ให้ทำการกดโจมตีขณะมีแสงสีส้ม จะทำให้การโจมตีครั้งสุดท้ายกลายเป็นการโจมตีพิเศษที่สร้างความเสียหายธาตุไฟรุนแรง นอกจากนี้เรายังสามารถใช้การโจมตีพิเศษได้อีกแบบ โดยกดโจมตีธรรมดา 1 ครั้ง แล้วครั้งที่สองให้กดค้าง ตัวละครจะกระโดดฟาดดายเข้าประชิดศัตรู จากนั้นให้รอจังหวะแสดงสีส้ม เมื่อกดโจมตีตอนแสงสีส้มปรากฎ ก้จะเป็นการโจมตีพิเศษที่สร้างความเสียหายไฟรุนแรงเช่นกัน
Tip: ในระหว่างการโจมตีปกติ เช่นโจมตีครั้งที่ 1 หรือ 2 ไปแล้ว หากเราทำการกดหลบ เมื่อหลบแล้วเรายังสามารถโจมตีเป็น ครั้งที่ 3 และ 4 ต่อได้เลย โดยไม่ต้องเริ่มที่ 1 ใหม่

​^ สังเกตุวงแสงสีส้มหลังจากรอจังหวะ เมื่อเห็นแสงจึงกด

​^ การโจมตีพิเศษจะเป็น damage ธาตุไฟที่รุนแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Flame Sagitama หากไม่สามารถใช้ได้ ก็ไม่สามารถเรียกพลังของตัวละครนี้ออกมาได้

วิเคราะห์กลยุทธ์ในการผ่านด่านบทอาลัยจากสายลม

ตัเวเกมได้เปิดให้ใช้ตัวละคร Flame Sakitama แบบทดลองพร้อมกับอุปกรณ์ที่กำหนด ดังนั้นจึงต้องวิเคราะหอุปกรณ์ที่ได้รับมาก่อน

อุปกรณ์ที่ตัวทดลองได้รับ

สติกมา: ได้รับสติกมา Hikomaru (บน-ล่าง) ทำให้ตัวละครสามารถสร้างความเสียหายไฟได้รุนแรงยิ่งขึ้น(45%) และยังสร้างความเสียหายไฟอย่างต่อเนื่องให้กับศัตรูที่อยู่ใกล้ และยังได้รับเซ็ตสกิลที่ทำให้ความเสียหายไฟเพิ่มขึ้นตามจำนวนคอมโบที่ทำได้ (ซ้อนทับสูงสุด 40 ครั้ง = 40 คอมโบขึ้นไป) ส่วนสติกมาชิ้นกลางเป็น Nuwa (กลาง) ที่ทำให้ทุก 1 คอมโบจะสร้างความเสียหายไฟแรงขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน (สูงสุด 102 ครั้ง = 102 คอมโบขึ้นไปจะเพิ่มความเสียหายธาติไฟถึง 102% !)

วิเคราะห์การใช้งานสติกมา: จากรูปแบบของสติกมาที่เกมเปิดให้ทดลองใช้นั้น จะเห็นว่าเข้ากันได้ดีกับสกิลของ Flame Sakitama อยู่แล้ว โดยจะเน้นไปที่การเลี้ยงคอมโบเพื่อรีดพลังโจมตีจากสกิลติดตัว เพื่อเก็บแต้ม zenshin และปลดล็อคความสามารถของสกิล Empty State of Mind (เมื่อทำได้ 30 และ 50 คอมโบการโจมตีปกติครั้งที่ 4 จะสร้างความเสียหายไฟ) และเน้นการโจมตีพิเศษที่เป็นความเสียหายไฟ เพื่อเน้นการจ่ายความเสียหายธาตุไฟ เนื่องจากสติกมานั้นส่งเสริมให้การโจมตีธาติไฟเพิ่มจาก  Hikomaru (บน) ที่เพิ่มพลังธาติไฟ 45% Hikomaru (เซ็ตสกิล) ที่เมื่อคอมโบถึง 40 ก็เพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟได้ถึงอีก 40% และยังมีความสามารถของ Nuwa (กลาง) ที่หากทำได้ 102 คอมโบขึ้นไปยังได้รับพลังโจมตีธาตุไฟเพิ่มอีกถึง 102% ยั่นหมายความว่าหากเราสามารถเลี้ยงคอมโบได้เกิน 102 ครั้ง ตัวละครจะสามารถจ่าย damage ธาตุไฟ ได้รุนแรงกว่าปกติถึง 45+40+102 = 187% จากเฉพาะผลของสติกมา! (ยังไม่รับรวมผลของการเก็บ zenshin ที่ช่วยเพิ่มความเสียหาย และผลของสกิลติดตัวที่ทำให้ท่าโจมตีพิเศษสร้างความเสียหายไฟแรงขึ้นอีก 25%) และนอกจากนี้การเค้นดาเมจยังสามารถทำได้เพิ่มเติมโดยการเน้นเข้าประชิดศัตรูตลอดเวลาเพื่อเรียก damage ไฟจากผลของ Hikomaru (ล่าง) ที่จะสร้างความเสียหายธาตุไฟแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งความเสียหายต่อเนื่องจากสติกมาอันนี้ยังได้รับผลการเพิ่มพลังธาตุจากการเลี้ยงคอมโบที่กล่าวไปข้างต้นอีกด้วย!

^จากภาพจะเห็นว่าขณะที่แต้มคอมโบ และ zenshin ยังน้อยอยู่ จะทำความเสียหายจากท่าโจมตีพิเศษได้เพียงประมาณ 3600 เท่านั้น

​^แต่เมื่อตัวละครทำคอมโบได้มากกว่า 102 คอมโบ และเก็บแต้ม zenshin ให้มากๆ ท่าโจมตีพิเศษจะสร้างความเสียหายถึง 8200 ซึ่งมากกว่าปกติถึง 2.2 เท่า !  ดังนั้นการเลี้ยงคอมโบจึงสำคัญมาก

นอกจากนี้ยังมี damage เสริมที่สำคัญจาก Hikomaru (ล่าง) ที่สามารถทำความเสียหายไฟแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ทุกวินาที

^จากภาพจะเห็นว่าแม้ตัวละครจะไม่ได้โจมตี แต่จะเกิดความเสียหายไฟแก่ศัตรูตลอดเวลาเมื่อตัวละครอยู่ใกล้ ซึ่งแม้ยังไม่ได้ทำคอมโบมากนักก็สามารถทำความเสียหายได้ถึงวิละ 1000

​^และเมื่อประสานกับการเลี้ยงคอมโบแล้ว จะทำให้ความเสียหายต่อเนื่องเพิ่มสูงถึงวินาทีละ 2500+ เลยทีเดียว ซึ่งเป็น damage เสริมที่สำคัญ ที่ทำให้ใน 1 นาที ตัวละครสามารถเสริมความเสียหายไปได้ถึง 2500*60=150,000 damage! ในทุกๆ 1 นาทีที่เราสามารถประชิดศัตรูได้

จะเห็นว่าการเลี้ยงคอมโบสำคัญต่อการรีดดาเมจจากความสามารถของตัวละครและสติกมามาก ซึ่งหากเราสามารถรีดดาเมจออกมาได้มาก ก็จะยิ่งปราบเวนดี้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ระยะเวลาในการปะทะสั้น และความเสี่ยงในการถูกโจมตีลดลง

อาวุธ: อาวุธที่ได้รับมาคือ Florid Sakura ซึ่งจากความสามารถของอาวุธที่สำคัญอย่างการเพิ่มความเสียหายธาตุไฟถึง 40% ก็ทำให้อาวุธชิ้นนี้เป็นดาบที่เหมาะกับ Flame Sakitama ไปแบบไม่มีเงื่อนไขอยู่แล้ว แต่สกิลใช้งานของอาวุธชิ้นนี้นั้น ยังใช้เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มพลังโจมตี และเพิ่มโอกาสในการเอาตัวรอดของตัวละครด้วย

วิเคราะห์การใช้งานอาวุธ: การใช้งานอาวุธชิ้นนี้เพื่อปราบเวนดี้นั้น จุดสำคัญคืิอการใช้ความสามารถของสกิลใช้งานของอาวุธได้อย่างถูกจังหวะ โดยความสามารถของสกิลใช้งานที่สำคัญคือ ระหว่างการใช้สกิลตัวละครจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ และเมื่อใช้งานเสร็จแล้วตัวละครจะสามารถบล็อคความเสียหายได้ 1 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดอาวุธที่ช่วยให้ตัวละครสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์คับขันได้อย่างดี โดยจังหวะในการใช้ที่เหมาะสมที่สุดคือจังหวะการหลบท่าเคียวสายลม เวนดี้จะปาดาวกระจายลมมาสามนัด โดยหากเราทำการหลบทีละนัดก็มีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะโดนโจมตี ดังนั้นเทคนิคในการหลบอย่างง่ายคือ ให้หลบเฉพาะนัดแรกให้ได้ แล้วนับเวลา 1 วิ เมื่อเข้าวิที่สองจากการหลบนัดแรก ให้ทการกดสกิลอาวุธ ซึ่งระหว่างเราใช้สกิลอาวุธเราจะโดนนัดที่สองพอดีอันเป็นจังหวะที่เราเป็นอมตะจากสกิลอาวุธ จากนั้นเราจะมีความสามารถในการบล็อคสำหรับป้องกันนัดที่สาม ซึ่งเหตุผลในการใช้งานในจังหวะนี้ไม่เพียงแค่เพราะท่านี้หลบยากที่สุดเท่านั้น แต่เป็นเพราะหลังจากเวนดี้ใช้ท่านี้ออกมาแล้ว ท่าหลังจากนี้มักจะเป็นท่าที่หลบได้ง่าย และมีจังหวะให้เราโจมตีได้นาน ซึ่งจะประจวบเหมาะกับความสามารถของสกิลอาวุธที่หลังจากใช้สกิลแล้ว 15 วิ ตัวละครจะสร้างความเสียหายธาตุไฟแรงขึ้นอีกกว่า 25% ทำให้เราโจมตีสวนกลับได้อย่างต่อเนื่องและรุนแรงนั่นเอง

​^จากภาพจะเห็นว่าดาวกระจายลมของเวนดี้โจมตีโดนตัวละครแล้ว แต่ตัวละครอยู่ในขณะที่กำลังใช้สกิลอาวุธทำให้ไม่ได้รับความเสียหาย ซึ่งในหลายจังหวะที่หลบไม่ได้จริงๆ เราสามารถใช้สกิลอาวุธเพื่อเอาตัวรอดได้

การหลบหลีก (Dodge Technique)

หลังจากวิเคราะห์ทรัพยากรที่ได้จากตัวทดลองแล้ว จุดสำคัญที่สุดในการผ่านด่านบทอาลัยจากสายลม ก็คือการทำ perfect dodge ให้ได้ เนื่องจากบอสเวนดี้ในด่านนี้มีพลังโจมตีรุนแรง ในขณะที่ตัวละคร Flame Sakitmata จะได้รับพลังชีวิตเมื่อเริ่มสู้เพียงน้อยนิด ทำให้สามารถถูกเวนดี้โจมตีเพียงครั้งเดียวก็ game over ได้เลยนั่นเอง ซึ่งเทคนิคในการหลบการโจมตีของเวนดี้นั้นจะขอแยกออกเป็นแต่ละท่า ดังนี้

1. ท่าโจมตีปกติ (normal attack)
​เวนดี้มักจะทำการโจมตีปกติเป็นท่าแรก หรือท่าที่สองหลังจากเริ่มการต่อสู้ โดยจะมีสัญญาณคือเวนดี้จะบินกลับหลังเพียงหนึ่งครั้งก่อนจะพุ่งเข้ามา ซึ่งเทคนิคการหลบสามารถทำได้โดยสังเกตุจากเท้าของเวนดี้ เมื่อมีประกายแสงสีม่วงออกมาเมื่อไหร่ ให้ทำการหลบทันที

ข้อควรระวัง: การโจมตีปกติของเวนดี้จะเป็นการโจมตีซ้อนสองครั้ง ดังนั้นเมื่อหลบครั้งแรกได้ แม้ว่าจะติดความสามารถ time fracture ของตัวละครแล้ว เราก็ควรอ้อมไปด้านหลังของเวนดี้เพื่อทำการโจมตี เพราะมีโอกาสที่จะถูกการโจมตีครั้งที่สองของเวนดี้ได้

2. ท่าปล่อยพลังไปด้านหน้า (forward shot)
​ ​เวนดี้มักจะทำการโจมตีปกติเป็นท่าแรก หรือท่าที่สองหลังจากเริ่มการต่อสู้ โดยจะมีสัญญาณคือเวนดี้จะบินกลับหลังสองครั้ง เพื่อทิ้งระยะก่อนจะชาร์จพลังแล้วปล่อยมาที่ตัวละคร ซึ่งเทคนิคการหลบนั้น จุดสำคัญคือเราต้องสังเกตุว่าเวนดี้ทำการชาร์จพลังแล้ว ให้เรากดสไลด์หลบหลังจากเวนดี้ชาจเสร็จพอดี(ผายมือมาด้านหน้า)

tips: ท่าที่ 1 กับ 2 นั้น เรามักจะเจอเฉพาะช่วยต้นเกมใน move ที่ 1 – 3 ของเวนดี้เท่านั้น แต่ถ้าหากในระหว่างการสู้หากเราทิ้งระยะจากเวนดี้มากเกินไปก็มีโอกาสที่เวนดี้จะปล่อยท่าที่ 2 ออกมาได้ ดังนั้นการอยู่ประชิดเวนดี้ตลอดเวลา ก็จะทำให้เวนดี้ขยับอย่างอิสระด้วยท่า 2 น้อยลง (ตอนเวนดี้ใช้ท่า 2 มักจะกระโดด 2 ครั้ง ซึ่งอาจทำให้เวนดี้หลุดไปจากล้องของผู้เล่น หรือทำให้ผู้เล่นเสียจังหวะการทำคอมโบได้)

3. ท่าระเบิดลมที่พื้น (ground shot)
​เป็นการโจมตีที่สังเกตุได้ง่าย โดยเวนดี้จะทำการชาร์จพลังและจะมีลมหมุนออกมาจากใต้เท้าตัวละคร ซึ่งเทคนิคในการหลบคืออย่าวิ่งหนีจากวง แต่ให้รอจังหวะหลังจากเริ่มร่ายประมาณ 2 วินาที ก่อนนับวิที่ 3 ให้ทำการหลบ จะสามารถหลบท่านี้ได้พอดี โดยระหว่างรอชาจหากเราอยู่ประชิดเวนดี้อยู่แล้วจะทำให้เราโจมตีเวนดี้ได้ฟรีๆอีกด้วย (หากเราอยู่ประชิดเวนดี้ตลอดเวลา จะหลบท่านี้ได้ง่ายมาก)

4. ท่าปล่อยลมสองนัด (double shot)
​เป็นท่าที่เวนดี้สามารถร่ายได้เร็วและมองเห็นได้ยากกว่าท่าที่สอง โดยมีสัญญาณคือเวนดี้จะเรียกลมหมุนสองลูกจากด้านหลัง แล้วยกลมข้ามหัวมาโจมตีเรา ซึ่งเทคนิคการหลบคือทันทีที่เวนดี้เปลี่ยนจากท่าชาจเป็นการผายมือมาด้านหน้าให้เราทำการหลบจะสามารถหลบได้พอดี ซึ่งหากเราอยู่ประชิดกับเวนดี้ ท่านี้จะหลบง่ายขึ้น
ข้อควรระวัง: ท่านี้แม้ลมหมุนทั้งสองจะโจมตีมาที่จุดเดียว แต่object จริงๆนั้นมีสองลูก ทำให้แม้เราหลบได้ลูกหนึ่งแล้วก็ควรออกจากจุดที่เวนดี้โจมตีทันทีเพื่อลดความเสี่ยงที่จะโดนลูกที่สอง (เช่นหากเราหลบลูกแรกได้แล้วเวนดี้ติด time fracture หากเรายังยืนอยู่ที่จุดเดิมตอน time fracture หมดเวลาเราก็มีโอกาสโดนนัดที่สองได้)

5. ท่าดาวกระจายลม (shuriken * 3)  
​เป็นท่าที่มีการพูดถึงในหมู่ผู้เล่นว่าเป็นท่าที่หลบยากที่สุด โดยเทคนิคการหลบจะมีอยู่หลายแบบ โดยจะยกมาสองแบบตามที่เจ้าของ id ใช้คือ แบบแรก การหลบโดยไม่ใช้สกิลอาวุธ โดยใช้การนับจังหวะ จากการหลบนัดแรก นับ 1 วิ และเมื่อกำลังนับวิที่สอง ให้ทำการหลบ จะหลบนัดที่สองได้พอดี และระหว่างที่รอหลบนัดถัดไปให้สลับมาโจมตีเวนดี้ด้วย เพื่อเลี้ยงคอมโบ ทำแบบเดียวกันในนัดที่สามก็จะหลบได้ทั้งหมด  แบบที่สองคือการพึ่งสกิลอาวุธ โดยมีเทคนิคคือกดหลบนัดที่ 1 ให้ได้ และเมื่อเวนดี้กำลังจะปล่อยนัดที่สองให้กดสกิลอาวุธทันที จะทำให้ระหว่างเราใช้สกิลอาวุธจะไม่ได้รับความเสียหายจากนัดที่สอง และทำให้เงื่อนไขการได้รับสกิลบล็อคทำงาน ทำให้ 5 วิหลังจากนั้นเราจะบล็อคการโจมตีของนัดที่ 3 ได้ และดังที่กล่าวไปในการอธิบายอาวุธ คือหลังจากใช้สกิลอาวุธไปแล้ว 15 วิหลังจากนั้นเราจะโจมตีธาตุไฟแรงขึ้นอีกด้วย ทำให้สวนกลับเวนดี้ได้

6. ท่าเฮอริเคน (hurricane * 3)

​เป็นท่าที่เวนดี้จะทำการเรียกพายุออกมาสามลูก และผลักหมุนไปรอบฉาก ซึ่งเทคนิคการหลบนั้นง่ายมากคือการอยู่ประชิดตัวเวนดี้ตลอดเวลา เพราะจะอยู่นอกระยะทำการของพายุนั่นเอง(เวนดี้จะร่ายท่านี้ห่างออกจากตัวพอสมควร ซึ่งเราจะไม่โดนอะไรเลยหากอยู่ติดกับเวนดี้อยู่แล้ว) ท่านี้จะหลบยากก้ต่อเมื่อผู้เล่นทิ้งระยะจากเวนดี้มาไกล เพราะหากผู้เล่นล็อคกล้องมาที่เวนดี้ตอนอยู่ไกลๆ จะโดนพายุโจมตีจากด้านข้าง แต่ถ้าสนใจพายุ จะไม่เห้นว่าเวนดี้ร่ายท่าอะไรต่อแทน ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการอยู่ติดกับเวนดี้ไว้ ทั้งเพื่อหลบ และเลี้ยงคอมโบด้วย

หากทำการหลบท่าทั้ง 6 ของเวนดี้ได้อย่างชำนาญ การผ่านด่านบทอาลัยจากสายลมก็จะง่ายขึ้นมาก ให้สังเกตุว่าการสู้กับเวนดี้นั้นเราจะเสียเปรียบมากหากอยู่ในระยะไกล ทั้งการปล่อยให้เวนดี้เคลื่อนที่อย่างอิสระ การหลบท่าต่างๆที่ทำได้ยากขึ้น และการเลี้ยงคอมโบที่ทำได้ยาก ดังนั้นความกล้าที่จะอยู่ติดกับเวนดี้ตลอดเวลาจึงเป็นเทคนิคสำคัญที่ทำให้ผ่านด่านนี้ง่ายขึ้น โดยการรีดความเสียหายจากทั้งสติกมา อาวุธ การคอมโบ ความสามารถตัวละคร และการหลบที่ง่ายขึ้น ล้วนต้องอยู่ประชิดกับเวนดี้เพื่อทำเงื่อนไขเหล่านี้ให้สำเร็จทั้งสิ้น

เทคนิคอื่นๆในการผ่านบทอาลัยจากสายลม
– ควรให้ความสำคัญกับการปรับมุมกล้องให้ทันเวนดี้เป็นอันดับแรก เพราะหากเวนดี้อยู่นอกมุมกล้องของเรา เราจะไม่สามารถเห็นว่าเวนดี้จะใช้ท่าอะไร ทำให้มีโอกาสโดนโจมตีสูงมาก ดังนั้น ต้องปรับกล้องให้เห็นเวนดี้ก่อนแล้วจึงหลบ
– หากเราเผลอทิ้งห่างออกมาจากเวนดี้แล้ว วิธีการกลับเข้าประชิดเวนดี้อีกครั้งทำได้โดยการโจมตีปกติ 1 ครั้ง แล้วกดค้างในการโจมตีครั้งที่สอง จะเป็นการสั่งให้ Flame Sakitama กระโดดเข้าประชิดศัตรู นอกจากนั้นการโจมตีต่อไปหลังจากประชิดตัวศัตรูได้แล้วยังเป็นการโจมตีพิเศษอีกด้วย เป็นท่าสำคัญในเร่งเข้าประชิดเพื่อเลี้ยงคอมโบ
– ท่าไม้ตาย Double Firewall เป็นท่าที่สามารถสร้าง damage ได้มหาศาลหากมีเวลาให้ wendy ทำการจ่ายดาเมจในช่วงเวลา Red cloud แสดงผล (หลังจากใช้ท่าไม้ตาย ตัวละครจะติดสถานะ redcloud ที่ทำให้ความเสียหายเพิ่มขึ้น 10 วินาที) ดังนั้นจึงควรเลือกจังหวะที่เวนดี้จะโจมตีตอบโต้เราไม่ได้ หรือตอบโต้ได้น้อย เช่น ช่วงที่เวนดี้พึ่งปล่อยท่าดาวกระจายเสร็จ หรือช่วงที่เวนดี้กำลังร่ายพายุ
– หากสกิลอาวุธติด cooldown และเราไม่สามารถทำการหลบได้ เราสามารถใช้ท่าไม้ตายเพื่อหลบการโจมตีของเวนดี้ได้ (ช่วงเวาสุ่มฟันใน Double Firewall ตัวละครจะไม่รับความเสียหาย)
– ระหว่างที่เราหลบสำเร็จและศัตรูติด Time fracture เราจะสามารถโจมตีได้รุนแรงขึ้น ดังนั้นให้รีบจ่าย damage ตอนจังหวะนี้ให้ดี

– ช่วงต้นเกมในขณะที่เวนดี้กำลังลอยลงมา เราสามารถโจมตีเวนดี้ฟรีๆได้อย่างน้อย 2 ชุด (1 ชุด ฟัน 5 ครั้ง) เพื่อเก็บ sp จากการโจมตีพิเศษไว้ใช้ได้ (เมื่อทำการโจมตีแบบพิเศษตัวละครจะได้รับเพิ่มพิเศษ 3 sp)

สิ่งที่ควรทำ (Do)
– โจมตีอย่างต่อเนื่องเท่าที่จะทำได้ เพื่อเลี้ยงคอมโบ
– อยู่ใกล้เวนดี้เสมอ
– ใช้การโจมตีพิเศษ
– ใช้สกิลอาวุธเพื่อหลบการโจมตีที่หลบยาก
สิ่งที่ไม่ควรทำ (Don’t)
– โจมตีแบบ hit & run (จะทำให้เก้บแต้ม combo และแต้ม zenshin ไม่ได้ ทำให้โจมตีเวนดี้ไม่เข้า)
– วิ่งหนีเวนดี้ / อยู่ห่างจากเวนดี้ (เวนดี้ถนัดการโจมตีระยะไกล การอยู่ห่างจากเธอจะทำให้หลบการโจมตีของเธอได้ยากขึ้น และมีจังหวะในการโจมตีเธอน้อยลง)
– กดโจมตีรัวๆ (จะทำให้ไม่สามารถใช้ท่าโจมตีพิเศษได้ ความเสียหายจะลดลงไปอย่างมาก)
– ใช้สกิลอาวุธพร่ำเพรื่อ (จะทำให้เราไม่มีท่าเอาตัวรอดในยามคับขัน และทำให้เสีย sp สำหรับเปิดท่าไม้ตายโดยไม่จำเป็น)
เทคนิคเพิ่มเติม
– ในการเล่นทั่วไป หาก Flame Sakitama เข้ามาในฉากพร้อมกับสกิล QTE เราสามารถเพิ่มความรุนแรงได้ด้วยการกดโจมตีรัวๆระหว่างการ QTE อันเป็นการเพิ่มความเสียหายพิเศ

– เพื่อนร่วมทีมที่เหมาะกับ Flame Sakitama ควรเป็นตัวละครที่สามารถใช้ความสามารถ Time Slow หรือ Time Fracture ได้เป็ฦนเวลานาน เช่น Divine Prayer เพราะระหว่างที่อยู่ในสถานะ Time Slow ตัวละคร Flame Sakittama จะสามารถทำความเสียหายได้มากขึ้นจาก passive skill – Mid Air Kill นั่นเอง

ตัวอย่าง team combo

– ใช้ตัวละคร Divine Prayer เปิดท่าไม้ตาย Valkyrie Refuge เพื่อสร้างช่วงเวลา Time Fracture จากนั้นสลับตัวละครที่มีความสามารถในการทำให้ศัตรูเป็นอัมพาต เช่น QTE ของ Scarlet Fusion หรือ ใช้อาวุธที่ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาตได้ จากนั้นเราจะสามารถใช้ QTE ของ Flame Sakitama ได้ โดยเมื่อ Flame Sakitama เข้ามาในฉาก จะสามารถจ่ายความเสียหายรุนแรงจาก QTE เสริมด้วยความเสียหายพิเศษที่เกิดจากภาวะ Time Fracture ที่ Divine Prayer เปิดไว้ และในช่วงที่ศัตรูยังเคลื่อนไหวไม่ได้นี้ยังเป็นโอกาสให้ Flame Sakitama เก็บคอมโบ และ zenshin เพื่อการต่อสู้ต่อเนื่องอีกด้วย

สรุป

ตัวละคร Flame Sakitama เป็นตัวละครที่มีความคล่องตัวสูง ถนัดในการต่อสู้ระยะประชิดอย่างต่อเนื่อง มีสกิลเอาตัวรอดที่ช่วยเพิ่มจังหวะและต่อแต้มคอมโบได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างความเสียหายธาติไฟที่รุนแรง เหมาะกับอุปกรณ์ที่ส่งเสริมความสามารถเมื่อทำคอมโบ หรืออุปกรณ์ที่ส่งเสริมพลังโจมตีธาตุไฟ อันจะช่วยรีดพลังของเธอออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การใช้งานมีจุดสำคัญที่การเข้าใจจังหวะการโจมตีของเธอเพื่อใช้การโจมตีพิเศษให้มากที่สุด และต้องทำการโจมตีอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาเพิ่อเลี้ยงคอมโบและแต้ม zenshin อันจะทำให้ Flame Sakitama สามารถกำจัดศัตรูได้อย่างรวดเร็

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here